วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2552

โนตบุ๊ก benQ joybook s41




ดีไซน์ร่วมสมัย ทีมออกแบบของ BenQ นำการออกแบบที่ดีที่สุดสู่คุณด้วยการใช้ LCM และ POP Art เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบและความรู้สึกที่ทำให้ S41 ก้าวไปสู่อีกระดับ เส้นสีเงินที่มันเงานั้นเข้ากันได้ดีกับสีดำที่เรียบหรู เกิดเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสไตล์และเทคโนโลยี





เทคโนโลยี Exclusive Laminated Color Metal (LCM) ผสมกับรูปทรงกลมและสี่เหลี่ยมจัตุรัส เกิดเป็นการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจาก POP Art ซึ่งแสดงถึงความมีระดับและมีสไตล์
ที่วางข้อมือทำจากอลูมิเนียมที่เรียบหรูก่อเกิดสัมผัสที่ทันสมัยเหมือนอยู่กลางความศิวิไลซ์ในเมืองหลวง
การใช้ LEDs เพื่อแสดงสถานะของ Joybook นั้น ช่วยดึงดูดทางสายตาได้อย่างดี
จัดแป้นพิมพ์แบบเต็มสัดส่วนลงไปในพื้นที่ขนาดกะทัดรัดของโน้ตบุ๊คให้ลงตัวได้อย่างชาญฉลาด และยังช่วยเพิ่มพื้นที่ระหว่างปุ่มให้มากถึง 19.05 มิลลิเมตรอีกด้วย
แผงปุ่มที่เรียบไม่มีช่องว่างช่วยให้คุณเลื่อนนิ้วของคุณไปมาได้โดยไม่ต้องออกแรงกราฟฟิคที่เยี่ยมที่สุดในบรรดาสินค้าระดับเดียวกัน ด้วยกราฟฟิคแยกส่วน nVIDIA® GeForce® 8600M GS ที่ดีที่สุดในบรรดาสินค้าระดับเดียวกันนี้ Joybook S41 ให้คุณสัมผัสประสบการณ์ทางสายตาที่น่าตื่นตะลึง การรองรับ TurboCache™ ที่มากถึง 1 กิกะไบท์ ทำให้ Joybook S41 นำมาซึ่งเอฟเฟกท์ 3มิติ ที่แรงที่สุดสำหรับบรรดาเกมส์ยอดฮิตทั้งหลายในปัจจุบัน นอกจากนี้ เทคโนโลยี nVIDIA® Purevideo™ HD ยังนำการแสดงผลทางสายตาอย่างเป็นระบบมาสู่คุณเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับกราฟิคและภาพวิดีโอใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยภาพที่คมชัดและการฉายอย่างราบรื่นไม่กระตุก




HDMI – การแสดงผลสื่อผสมที่ไม่ขนานกัน ให้คุณได้สัมผัสการแสดงผลทางภาพและเสียงในระบบดิจิตอลที่ยอดเยี่ยมที่สุด ด้วยตัวเชื่อมต่อสู่ภายนอก HDMI ตัวเชื่อมต่อนี้จะช่วยให้การถ่ายโอนแบบภาพและ เสียงคุณภาพต้นฉบับที่ความละเอียดสูงมากถึง 1080p ผ่านทางสายเคเบิลเพียงเส้นเดียว ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ HD เช่น จอ HD โทรทัศน์ HD หรือเครื่องฉาย HD เป็นไปได้อย่างง่ายดายเพื่อให้คุณรับประสบการณ์มัลติมีเดียที่ดีที่สุด




Joybook S41 ใช้จอแบบกว้างขนาด 14.1 นิ้วพร้อมด้วยเทคโนโลยี UltraVivid* ที่เป็นเอกสิทธิ์ของ BenQ โดยเฉพาะ ซึ่งใช้ประโยชน์จาก DBEFTM (Display Brilliance Enhancement Film) และระยะเวลาการตอบสนองที่ไวที่สุดในโลกคือ 16 มิลลิวินาที ดังนั้นสิ่งที่คุณได้รับจึงเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ความสว่างของหน้าจอที่เพิ่มขึ้นให้ภาพที่สดสวยมีคุณภาพและชีวิตชีวาด้วยรายละเอียดที่นำเสนอออกมาอย่างถูกต้อง




คุณสามารถรับฟังเสียงระดับโรงภาพยนตร์ได้ด้วย Joybook S41 เทคโนโลยี SRS TruSurround XT เปลี่ยนทุกอย่างที่คุณได้ยินให้เป็นเสียงรอบทิศทางอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังประกอบด้วย SRS TruBass และ SRS Dialog Clarity เพื่อส่งผ่านเสียงเบสที่ลึกและเต็ม อีกทั้งยังช่วยปรับเสียงบทสนทนาในภาพยนตร์ได้อีกด้วย ซอฟท์แวร์พิเศษยังช่วยลดเสียงรบกวนและเสียงสะท้อน จึงทำให้คุณได้รับคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดไม่ว่าคุณจะกำลังอยู่ในการประชุมทางไกลหรือกำลังเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงส่วนตัวก็ตาม
ด้วยลำโพงคู่ 1.5 วัตต์ที่ให้ความชัดเจนสูงซึ่งติดตั้งอยู่ใต้จอพอดี ทั้งภาพและเสียงที่มาจากที่เดียวกันทำให้คุณได้ประสบการณ์การรับฟังที่สมจริงกว่าเดิม และไม่ว่าจะต่อสาย VoIP หรือบันทึกเสียงก็ตาม ไมโครโฟนที่ติดตั้งอยู่ตรงขอบด้านหน้าของแป้นพิมพ์จะช่วยให้คุณสามารถพูดด้วยเสียงระดับธรรมชาติและสื่อสารได้อย่างชัดเจน




อิสรภาพไร้สาย ไม่มีอะไรมากั้นระหว่างการทำงานกับการพักผ่อนของคุณได้ เชื่อมต่อกับเครือข่ายที่กว้างขวางทั้งภายในและภายนอกบ้าน หรือที่ทำงานด้วย WAN ระบบไร้สายที่ติดตั้งภายใน LAN ระบบไร้สาย 802.11 a/b/g/n หรือ Bluetooth® 2.0* ที่ติดตั้งภายใน คุณสามารถแบ่งปันและเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงแบบที่ไม่มีอะไรง่ายไปกว่านี้อีกแล้ว




คุณภาพที่โดดเด่นจากการทดสอบที่เข้มข้น 25 ครั้ง Joybook S41 ยังยึดถือการให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ จึงมีการทดสอบเรื่องแบตเตอรี่ถึง 25 ครั้ง ประกอบด้วยการทดสอบความทนทานต่อการขีดข่วน การทดสอบเรื่องความกดดัน การทดสอบแรงเหวี่ยง การทดสอบเรื่องความเข้ากันได้ การทดสอบอุณหภูมิทั้งต่ำและสูง การทดสอบการตกพื้น การทดสอบการสั่นสะเทือน การทดสอบความดัง และการทดสอบการแพร่ของ EM เพื่อยืนยันถึงคุณภาพ นี่คือสิ่งที่จำเป็นต้องมีเพื่อให้โน้ตบุคมีคุณภาพชนิดไม่มีที่ติเหมือนกับ Joybook S41.

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552



โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาพระราชทานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขอาณาประชาราษฎร์ มีมากกว่า ๒,๐๐๐ โครงการ สำหรับโครงการแรก เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ ที่บ้านห้วยมงคล ตำบลหินเหล็ก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ตัด "ถนนสายห้วยมงคล" ออกสู่ตลาดหัวหินเพื่อให้เกษตรกรได้มีถนนเพื่อนำผลิตผลเกษตรออกไปสู่ตลาด ถนนสายนี้ถือเป็น "ถนนมงคล" สายแรกเริ่มเป็นเส้นทางบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ที่ทอดไปสู่ "โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ" อื่น ๆ ทั่วทุกภูมิภาคในเวลาต่อมา โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ นำพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแผ่ไปสู่ชนบทและชุมชนของไทย ตลอดจนของประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งมีคำกล่าวไว้ว่า "ไม่มีที่แห่งใดในประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่เคยย่างพระบาทไปถึง"

เมื่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริขยายออกไปนับร้อยนับพันโครงการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานพระราชดำริให้มี "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ" เพื่อเป็นศูนย์รวมของการศึกษาค้นคว้าทดลองวิจัยแสวงหาแนวทางและวิธีการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของการประกอบอาชีพของราษฎรที่อาศัยในภูมิประเทศนั้น ๆ เมื่อค้นพบพิสูจน์ว่าได้ผลแล้ว จึงนำผลที่ได้ไปถ่ายทอดสู่ราษฎรเพื่อพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียง จนกระทั่งขยายผลแผ่กระจายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ เพื่อให้การพัฒนามีความสำเร็จอำนวยประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาทุกแห่ง จึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ศึกษาหาความรู้ ทำหน้าที่เสมือน "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต"




ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกษตร
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ ปัจจุบันมี ๖ ศูนย์ กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค ได้แก่

๑. ศุนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕

๒. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕

๓. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗

๔. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕

๕. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

๖. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘

ในบรรดาศูนย์ศึกษาการพัฒนาเหล่านี้มีจำนวน ๒ ศูนย์ที่มีผลงานการวิจัยทางด้านอุตสาหกรรมเกษตร สำหรับอุตสาหกรรมระดับครัวเรือน หรืออุตสาหกรรมขนาดเล็ก ได้แก่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง และศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน




ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิจัย ทดสอบการกสิกรรมและเกษตรอุตสาหกรรม ตั้งอยู่ที่ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาฯ แห่งนี้ ศึกษาการปลูกยางพารา การพัฒนาการทำสวนยางตามหลักวิชาการ และศึกษาพัฒนาอุตสาหกรรมยางธรรมชาติครบวงจร เพื่อทำให้ผลผลิตมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและเป็นประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม โดยมีการจัดสร้างโรงงานผลิตภัณฑ์ยางขนาดเล็ก และโรงงานแปรรูปยางขึ้น ณ ศูนย์ศึกษาฯ แห่งนี้
การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการเกษตร ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง นอกจากการแปรรูปยางพาราแล้ว ยังมีการศึกษาวิจัยการแปรรูปผลผลิตจากถั่วเขียว โดยมีการศึกษาการออกแบบเครื่องมือแบบง่าย ๆ สำหรับชาวบ้านเพื่อใช้ในการผลิตแป้งจากถั่วเขียว แป้งที่ได้นี้นำมาผลิตวุ้นเส้นมาผลิตเป็นซีอิ้ว การผลิตน้ำซีอิ้วนี้ได้มีการเผยแพร่แก่บุคคลทั่วไปแล้วการศึกษาวิจัยเหล่านี้ต่อมาได้ขยายผลไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน และโครงการส่วนพระองค์เขาหินซ้อน

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จังหวัดสกลนคร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้นที่ตำบลห้วยยาง จังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นศูนย์ศึกษาและทดลองด้านพัฒนารูปแบบและกำหนดเทคโนโลยีแผนใหม่ให้แก่ราษฎร ส่งเสริมให้มีการบำรุงรักษาและพัฒนาป่าไม้ในเขตปริมณฑลของศูนย์ฯ ด้วยระบบชลประทาน ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ การแปรรูปผลผลิตเป็นสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม และส่งเสริมการพัฒนาอาชีพทางการเกษตรต่าง ๆ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริให้มีการศึกษาทดลองที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรดังนี้คือ

๑. การแปรรูปผลผลิตจากถั่วเขียว ได้แก่ การผลิตวุ้นเส้นจากถั่วเขียวและน้ำซีอิ๊วจากโปรตีนถั่วเขียว ซึ่งได้รับการขยายผลมาจากศุนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง และการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างผลตอบแทนของการปลูกถั่วเขียวเพื่อขาย กับการนำถั่วเขียวมาแปรสภาพเป็นแป้งถั่วเขียวก่อน การแปรรูปดังกล่าว สามารถเพิ่มมูลค่าของถั่วเขียวได้ถึง ๘ เท่าต่อกิโลกรัม

๒. การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อเป็นงานเสริมรายได้แก่ครอบครัวเกษตรกร และการศึกษาและพัฒนาการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

๓. การจัดตั้งโครงการนมพาสเจอไรซ์ ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ จังหวัดสกลนคร เพื่อใช้ดำเนินการผลิตนมพาสเจอไรซ์ ซึ่งได้มาจากโคซึ่งเลี้ยงที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนานี้ไว้ว่า "...เป็นการสาธิตการพัฒนาเบ็ดเสร็จ หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกด้านของชีวิตประชาชน ที่จะหาเลี้ยงชีพในท้องที่ จะทำอย่างไร และจะได้เห็นวิทยาการแผนใหม่ จะสามารถที่จะหาดูวิธีการ จะทำมาหากินให้มีประสิทธิภาพ
ด้านหนึ่งก็เป็นจุดประสงค์ของศูนย์ศึกษาฯ เป็นสถานที่สำหรับค้นคว้าวิจัยในท้องที่ เพราะว่าแต่ละท้องที่ สภาพฝน ฟ้า อากาศ และประชาชนในท้องที่ต่าง ๆ กัน ก็มีลักษณะแตกต่างมากเหมือนกัน..."

ดังนั้นวิธีการสาธิตและความรู้ต่าง ๆ ที่จัดแสดงไว้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนา จึงเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่เกษตรกรสามารถเข้าใจได้ และนำไปใช้วิธีการประกอบอาชีพได้อย่างกว้างขวาง
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาทุกแห่ง เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าในภูมิภาคที่ศูนย์ตั้งอยู่เข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ หรือขอรับการอบรมตามหลักสูตรที่ศูนย์จัดขึ้นเพื่อประโยชน์แก่เกษตรกร
นับได้ว่า พระบารมีได้แผ่คุ้มเกล้าปวงประชาชาวไทยทุกภูมิภาคของประเทศโดยถ้วนหน้า



เกี่ยวกับฉัน

กรุงเทพมหานคร, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต, Thailand
ยุทธนา สวัสดิผล 51116940187